แรงกดดันสองด้านที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ อุตสาหกรรมอาหารไทยในปี 2026 เผชิญแรงกดดันสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ตามข้อมูลของ SCBEIC ต้นทุนการผลิตอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นตามราคาพลังงาน วัตถุดิบ และปัจจัยการผลิตที่เชื่อมโยงกับพลังงาน โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีที่ราคาพุ่งสูงและเผชิญความเสี่ยงในการขาดแคลน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผู้เล่นต้นน้ำในห่วงโซ่อาหาร อีกด้านหนึ่งคือแรงกดดันด้านความยั่งยืน ที่ผู้บริโภคและตลาดส่งออกเรียกร้องมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเกษตรกรต้องเลือกระหว่าง “ความมั่นคง” กับ “ความยั่งยืน” เชฟแต้มจาก Baan Tepa อธิบายว่า เกษตรกร “คุ้นเคยกับความสะดวกและ ‘ความมั่นคง’ ของการทำเกษตรแบบใช้สารเคมี” ทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่แนวปฏิบัติ regenerative เป็น “ความเสี่ยงที่สูงเกินไป” สำหรับพวกเขา แต่ในขณะเดียวกัน ต้นทุนปุ๋ยเคมีที่พุ่งสูงก็ทำให้การพึ่งพาสารเคมีกลายเป็นภาระทางการเงินที่หนักขึ้น
Zero Foodprint Asia เข้ามามีบทบาทสำคัญในการ “บรรเทาความเสี่ยงทางการเงินที่เกษตรกรต้องเผชิญเมื่อเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรกรรม regenerative” ขณะเดียวกันก็ “ขยายเรื่องราวของผู้ผลิตที่เป็นรากฐานของระบบอาหารของเรา” นี่คือโมเดลที่เชื่อมระหว่างความยั่งยืนทางนิเวศน์กับความอยู่รอดทางเศรษฐกิจของเกษตรกร
นโยบายระดับชาติที่กำลังเปลี่ยนทิศทาง สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (NXPO) ได้วางแผนงานสำหรับโปรตีนจากพืชโดยมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าภาคอาหารแห่งอนาคตเป็น 5 แสนล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1 ล้านตัน CO₂ เทียบเท่า ภายในปี 2027 แผนงานนี้ให้ความสำคัญกับ “การใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและพืชพื้นเมือง” พร้อม “ส่งเสริมสูตรอาหารท้องถิ่น สร้างความตระหนักรู้ของสาธารณชน และปรับปรุงการเข้าถึงอาหารจากพืชของผู้บริโภค”
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดการนำร่อง T-VER สำหรับ “อาหารส่วนเกิน” เพื่อเปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็นคาร์บอนเครดิต พร้อมยกระดับมาตรฐาน Food Surplus Credit สู่ระดับภูมิภาค แนวทางนี้สะท้อนว่าความยั่งยืนในห่วงโซ่อาหารไทยกำลังถูกขับเคลื่อนผ่านกลไกตลาด ไม่ใช่แค่การรณรงค์
ทางออกที่ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งระบบ ในงาน Makro HoReCa Champion 2026 รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า “ปัจจุบันธุรกิจอาหารไม่ได้สู้กันแค่เรื่องรสชาติ แต่แข่งขันกันด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการบริหารจัดการ และมาตรฐานสากล” และโครงการ Smart Restaurant Plus ได้พัฒนาผู้ประกอบการไปแล้วกว่า 2,225 ราย
การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อาหารไทยในปี 2026 จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเกษตรกรหรือร้านอาหารเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของทั้งระบบนิเวศ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากรัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และผู้บริโภค เพื่อให้อาหารไทยยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก ท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้นและความคาดหวังด้านความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้น





