แฟชั่นและสไตล์

เทศกาลวินเทจ — เมื่อตลาดนัดกลายเป็นประสบการณ์ที่มากกว่าการช้อปปิ้ง

ตลาดวินเทจในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับซื้อเสื้อผ้ามือสองอีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่รูปแบบของเทศกาลที่ผสมผสานดนตรี อาหาร ศิลปะ และคอมมิวนิตี้เข้าด้วยกัน ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ต้องการเพียงสินค้า แต่ต้องการประสบการณ์และความเชื่อมโยงทางสังคมที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ไม่สามารถมอบให้ได้ ตลาดนัดวินเทจจึงกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และใช้เวลาร่วมกันได้อย่างมีความหมาย Made By Legacy คือหนึ่งในตลาดวินเทจที่ประสบความสำเร็จที่สุดในกรุงเทพฯ ก่อตั้งโดย Vudi Somboonkulavudi ตั้งแต่ปี 2012 และได้รับการยอมรับว่าเป็นตลาดวินเทจที่คูลที่สุดของเมือง โดยมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 15,000 คนต่อครั้ง และมีร้านค้าประมาณ 250 ร้านที่ขายทั้งเฟอร์นิเจอร์กลางศตวรรษ เสื้อผ้า และอาหาร จุดเด่นของ Made By Legacy คือการสร้างบรรยากาศแบบเทศกาลที่มีดีเจเล่นเพลงและเครื่องดื่มตลอดงาน ทำให้การช้อปปิ้งกลายเป็นประสบการณ์ทางสังคมที่สนุกสนาน ไม่ใช่ภารกิจที่น่าเบื่อ ในขณะเดียวกัน FAZHCON ก็เป็นอีกหนึ่งตลาดวินเทจที่ได้รับความนิยมสูง โดยรุ่นที่…

HOKA, Lululemon และ JD Sports: การรุกคืบของแบรนด์ระดับโลกในตลาดไทย

การลงทุนขนาดใหญ่ในตลาด Thai Sports Lifestyle ตลาด sports lifestyle ของประเทศไทยกำลังกลายเป็นเป้าหมายการลงทุนของแบรนด์ระดับโลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน Central Retail Corporation ตัดสินใจเข้าซื้อหุ้น 40% ใน JD Sports Thailand ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดที่มีมูลค่าประมาณ 35,000 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ยปีละ 6% การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการขยายพอร์ตโฟลิโอเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับการเป็นผู้นำในตลาด sports fashion ของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย กลยุทธ์ของ Central Retail คือการขยาย JD Sports จาก 15 สาขาเป็น 30 สาขาภายใน 5 ปี…

Road Trip Mae Hong Son Loop — Slow Travel บนถนนโค้งแห่งภาคเหนือไทย

600 กิโลเมตร 1,864 โค้ง และเวลาที่ช้าลง Mae Hong Son Loop เป็นหนึ่งในเส้นทาง road trip ตำนานที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มจากเชียงใหม่ เส้นทางยาวประมาณ 600 กิโลเมตร ผ่านโค้งมากกว่าหนึ่งพันโค้ง ผ่านปาย แม่ฮ่องสอน และแม่สะเรียง ก่อนกลับเชียงใหม่ ปกติใช้เวลา 3–4 วัน นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกมอเตอร์ไซค์ แต่รถเช่าก็ได้รับความนิยม สิ่งที่ทำให้ loop นี้พิเศษไม่ใช่แค่ทิวทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาหมอก ทุ่งนาขั้นบันได และเมืองเล็กที่มีอิทธิพลไทใหญ่ แต่เป็น จังหวะการเดินทาง ที่บังคับให้คุณช้าลง ปาย: เมืองเล็กที่ไม่ยอมรีบ จุดแวะแรกที่เกือบทุกคนพูดถึงคือ ปาย เมืองเล็กที่เปลี่ยนจากหมู่บ้านห่างไกลเป็นแม่เหล็กของนักเดินทางที่มองหาความสงบ คาเฟ่เล็ก ๆ ที่พักไม้ไผ่ และตลาดกลางคืนบรรยากาศสบาย…

แฟชั่นไทยในสมรภูมิ China+1: บทบาทของสถาบันการศึกษาในการสร้าง talent ที่ตอบโจทย์การส่งออก

ภาพรวมการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยปี 2026 ข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย (THAITEXTILE) ระบุว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 การส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมีมูลค่า 481.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 6.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ในเดือนเมษายน 2569 กลับเพิ่มขึ้น 9.3% มาอยู่ที่ 518.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขที่ผันผวนนี้สะท้อนความจำเป็นที่ไทยต้องเร่งพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถในการแข่งขัน Thailand และกลยุทธ์ China+1 Thailand กำลัง positioning ตัวเองเป็นทางเลือกสำหรับบริษัทที่ต้องการ diversify supply chain ออกจากจีน โดยการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปของไทยเติบโตประมาณ 5.6% มาอยู่ที่ 2.30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ความสำเร็จนี้จะยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อมี talent ที่เข้าใจทั้งการผลิต การออกแบบ และการตลาดระหว่างประเทศ สถาบันการศึกษาในฐานะกลไกขับเคลื่อนการส่งออก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร…

นวัตกรรมอาหารออร์แกนิกไทย 2026: จากแป้งมันสำปะหลังสู่ซูเปอร์ฟู้ดระดับโลก

THAIFEX 2026: เวทีที่ไทยแสดงศักยภาพนวัตกรรมอาหาร งาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 มหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับเอเชีย ถือเป็นเวทีสำคัญที่ประเทศไทยใช้แสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมอาหารออร์แกนิก ในปีนี้ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล (UBE) ได้เปิดตัวฟลาวมันสำปะหลังออร์แกนิกและสารให้ความหวานออร์แกนิก (Organic Sweetener) ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดจากธุรกิจแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิกสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม การพัฒนานี้สะท้อนทิศทางที่ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมอาหารไทยกำลังเปลี่ยนจากการส่งออกวัตถุดิบดิบไปสู่การส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีมูลค่าสูงขึ้น จากแป้งมันสำปะหลังสู่พาสต้าข้าวกล้อง: นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ Free-From หนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจสูงในงาน BIOFACH 2026 คือพาสต้าข้าวกล้องผสมผักเคลออร์แกนิกแบบกลูเตนฟรี และพาสต้าข้าวกล้องงอกจากแป้งกล้วยดิบออร์แกนิก ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่แพ้กลูเตนและต้องการทางเลือกจากพืชอย่างแท้จริง การที่ไทยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าวและกล้วยซึ่งเป็นวัตถุดิบท้องถิ่นให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมในตลาดโลก สะท้อนถึงศักยภาพของนวัตกรรมไทยที่ไม่แพ้ประเทศอื่น ขมิ้นชัน ข่า มะรุม: ซูเปอร์ฟู้ดไทยในตลาดสุขภาพโลก สมุนไพรและซูเปอร์ฟู้ดของไทยกำลังกลายเป็นดาวเด่นในตลาดอาหารสุขภาพโลก ขมิ้นชันผงออร์แกนิก ข่าผงออร์แกนิก และมะรุมผงออร์แกนิกที่นำเสนอในงาน BIOFACH…

Soft Power ไทยท่ามกลางความร่วมมือ ‘ดีไซเนอร์ x จุดหมายปลายทาง’

 เมื่อ ‘ทัวร์’ ไม่ได้หยุดแค่ที่วัด แต่เริ่มต้นที่ ‘ตัวตน’ ของดีไซเนอร์ ในปี 2026 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) ได้ประกาศกลยุทธ์ครั้งสำคัญที่เชื่อมโยง “แฟชั่น” เข้ากับ “การท่องเที่ยว” ผ่านโครงการ “Fashion to the World” โดยมีไฮไลต์คือ “TAT × Thai Designer Collaboration” ที่เปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์ไทยได้สร้างสรรค์ผลงานพิเศษ 3 คอลเลกชัน ที่ผสมผสาน “วัฒนธรรม” “ความคิดสร้างสรรค์” “ความยั่งยืน” และ “การท่องเที่ยว” เข้าไว้ด้วยกัน จากงานดีไซน์สู่แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ความน่าสนใจของกลยุทธ์นี้อยู่ที่การมองแฟชั่นไม่ใช่แค่สินค้าหรู แต่เป็น “เครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อน ช่างทอผ้า ไปจนถึงนักออกแบบและตลาดค้าปลีกโลก ตัวอย่างที่ชัดเจนคือผลงานของ THITHA ที่นำ “เปลือกไหมที่ถูกทิ้ง” มาสร้างสรรค์เป็นชุดราตรี ผ่านแนวคิด “เปลี่ยนของเสียให้เป็นของมีค่า”  การออกแบบเช่นนี้ไม่เพียงสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุ แต่ยังสร้าง “เรื่องราว” ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์แปลกใหม่ เมื่อ ‘แฟชั่น’ กลายเป็น ‘จุดหมายปลายทาง’ อีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจคือการที่ ดีไซเนอร์ไทยเริ่มสร้าง “ไอเดนทิตี้” ของตัวเองผ่านสถานที่ ตัวอย่างเช่น แบรนด์ในจังหวัดเชียงรายที่หยิบเอา “ภูมิปัญญาล้านนา” มาผสมกับแนวคิด “Future Tribe” เพื่อสร้างจุดยืนของตัวเองในตลาดโลก แนวทางนี้ไม่เพียงทำให้สินค้ามีเรื่องราว แต่ยังทำให้ “ชุมชน” และ “สถานที่” กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การซื้อสินค้า ผู้บริโภคที่ซื้อผ้าทอจากเชียงรายไม่ได้ซื้อแค่ผ้า แต่พวกเขาซื้อ “เรื่องราวของคนทอผ้า” และ “วัฒนธรรมล้านนา” กลับบ้านไปด้วย บทบาทของรัฐกับการส่งเสริม…

ปรากฏการณ์ Viral Item และการตลาดแบบ FOMO: พฤติกรรมช้อปปิ้งของ Gen Z ไทยภายใต้แรงกดดันจากอัลกอริทึม

พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของเจนเนอเรชัน Z ไทยในโลกออนไลน์เต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนจาก “ไวรัล” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อไอเทมแฟชั่นชิ้นใดชิ้นหนึ่งถูกจับโดยอินฟลูเอนเซอร์หรือกลายเป็นมีมบนโลกโซเชียล มันจะกลายเป็นของที่ทุกคนต้องมี (Must-Have Item) ในชั่วข้ามคืน กลไกตลาดแบบนี้เปลี่ยนโฉมหน้าวงการค้าปลีกแฟชั่นไปอย่างสิ้นเชิง วงจรชีวิตของสินค้าไวรัล: เกิด แพร่ ดับ วงจรของไอเทมไวรัลในไทยนั้นสั้นและรวดเร็วมาก ตัวอย่างเช่น กระเป๋าผ้าร้านดังที่มีราคาหลักร้อย แต่เมื่อเซเลบริตี้หรือติ๊กต็อกเกอร์หยิบมาใช้ ทำให้เกิดกระแส #ป้ายยา จนสินค้าหมดสต็อกทั่วประเทศภายใน 24 ชั่วโมง จากนั้นราคาจะพุ่งสูงขึ้นในตลาดมือสอง (Resell) ก่อนที่กระแสจะค่อยๆ เงียบหายไปเมื่อมีไอเทมใหม่เข้ามาแทนที่ ที่น่าสังเกตคือ Gen Z ไทยไม่ได้ซื้อเพราะความจำเป็น แต่ซื้อเพื่อ “การมีส่วนร่วมในบทสนทนาทางสังคม” การได้โพสต์รูปลงสตอรี่ไอจีว่าตัวเองมีไอเทมชิ้นนั้น เท่ากับเป็นการยืนยันว่าตนเองอยู่ในกระแสและตามทันโลก ปรากฏการณ์ Get Ready With Me และการเล่าเรื่องแบบ…

ธุรกิจเบื้องหลังสไตล์: ผู้นำเข้าและดีไซเนอร์ท้องถิ่นไทยใช้กระแสป๊อปญี่ปุ่น-เกาหลีทำกำไรอย่างไร

อิทธิพลของวัฒนธรรมป๊อปเกาหลีและญี่ปุ่นในไทยไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ทางสังคม แต่กลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่สำคัญ เมื่อเทรนด์แฟชั่นเปลี่ยนเร็วตามการคัมแบ็กของไอดอลหรือการปล่อยซีรีส์ใหม่ ผู้ประกอบการ SMEs ในภาคแฟชั่นไทยก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อฉกฉวยโอกาส ตั้งแต่ช่างตัดเสื้อตามบ้านในเชียงใหม่ไปจนถึงแบรนด์น้องใหม่ในกรุงเทพฯ พวกเขาประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนความคลั่งไคล้ของแฟนคลับให้เป็นเงินบาท กลยุทธ์ปรับตัวเร็วแบบ SMEs ไทย จุดแข็งอย่างหนึ่งของอุตสาหกรรมแฟชั่นท้องถิ่นไทยคือความเร็วในการตอบสนองเทรนด์ เมื่อซีรีส์เกาหลีอย่าง Queen of Tears หรือคอนเสิร์ตวงญี่ปุ่นบางวงเป็นไวรัลในไทย ภายในไม่กี่สัปดาห์ผู้ขายบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok Shop ก็มี “ชุดคล้ายดารา” วางขายในราคาถูกกว่าของจริงมาก ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำด้วยข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (OSMEP) ประเทศไทย ซึ่งบันทึกการเติบโตของ SMEs แฟชั่นออนไลน์ถึง 15% ในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยได้แรงหนุนจากความต้องการไอเท็มเฉพาะที่ถูกทำให้โด่งดังโดยเซเลบริตี้เกาหลีและญี่ปุ่น ผู้ประกอบการไม่ได้ลอกเลียนแบบดีไซน์อย่างผิดกฎหมายเสมอไป แต่สร้าง “การตีความ” ที่ปรับให้เข้ากับวัสดุท้องถิ่นและขนาดตัวของคนไทย การร่วมมือและลิขสิทธิ์: เพิ่มมูลค่า ไม่เพียงแต่พึ่งพาสินค้าเลียนแบบ…

แฟชั่นและสไตล์

เสื้อผ้าเด็กออร์แกนิกและยั่งยืนในไทย: ทางเลือกใหม่ที่พ่อแม่ยุค 2026 กำลังมองหา

กระแสความยั่งยืนได้เคลื่อนจากสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปมาสู่แฟชั่นเด็กอย่างชัดเจน พ่อแม่ไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งคำถามว่าเสื้อผ้าที่ลูกสวมใส่ผลิตจากอะไร ผ่านกระบวนการอะไร และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร ส่งผลให้เสื้อผ้าเด็กออร์แกนิกกลายเป็นเซกเมนต์ที่น่าจับตามองในปี 2026 ตลาดกรีนแฟชั่นเด็กกำลังเติบโต ข้อมูลจาก Statista Children’s Apparel Thailand ระบุว่า ภาพรวมตลาดเสื้อผ้าเด็กไทยยังคงเติบโต โดยสินค้าที่สื่อสารเรื่องความปลอดภัยและวัสดุธรรมชาติมีอัตราการเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด แนวโน้มนี้สอดคล้องกับความตื่นตัวด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นในหมู่ผู้ปกครองเขตเมือง ทำไมผู้บริโภคไทยหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผิวเด็กบอบบางและไวต่อสารเคมีมากกว่าผู้ใหญ่ ผู้ปกครองจำนวนมากจึงเลือกผ้าฝ้ายออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานปลอดสารพิษ มากกว่าผ้าฝ้ายทั่วไปที่อาจมีสารฟอกขาวหรือสีย้อมตกค้าง ความกังวลเรื่องขยะแฟชั่นยังเป็นอีกปัจจัย เพราะเสื้อผ้าเด็กมีอายุการใช้งานสั้น การซื้อเสื้อผ้าที่ผลิตจากวัสดุย่อยสลายได้หรือรีไซเคิลจึงกลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ แบรนด์ไทยหัวใจรักษ์โลกเริ่มเป็นที่รู้จัก ผู้ประกอบการไทยหลายรายหันมาผลิตเสื้อผ้าเด็กจากผ้าฝ้ายออร์แกนิก ผ้าไผ่ หรือผ้าที่ได้จากขวดพลาสติกรีไซเคิล บางแบรนด์ใช้แนวคิดแฟชั่นหมุนเวียนด้วยการรับคืนเสื้อผ้าเด็กเก่าเพื่อส่งต่อหรือนำไปรีไซเคิลเป็นเส้นใยใหม่ กลยุทธ์เหล่านี้ช่วยสร้างความแตกต่างและเข้าถึงกลุ่มพ่อแม่รุ่นใหม่ที่ยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อคุณค่าทางสังคม ความท้าทายด้านราคาและการให้ความรู้ผู้บริโภค แม้ความต้องการจะเพิ่มขึ้น แต่ราคาของเสื้อผ้าเด็กออร์แกนิกยังสูงกว่าเสื้อผ้าทั่วไปประมาณ 30-50 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและการรับรองมาตรฐานที่สูงกว่า ผู้ประกอบการจึงต้องเร่งสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงความคุ้มค่า เช่น อายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น การดูแลรักษาง่าย และผลดีต่อผิวเด็ก หลายแบรนด์เริ่มจัดทำคอนเทนต์ให้ความรู้ผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้งวิดีโอเปรียบเทียบเนื้อผ้า…

เมกะอีเวนต์ธุรกิจ 2026: ยุทธศาสตร์ Food & Hotel Thailand, ProPak Asia และ VIV Asia สร้างไทยเป็น Festival Economy

เมกะอีเวนต์ธุรกิจคือเครื่องยนต์สำคัญที่ทำให้ไทยก้าวสู่การเป็น Festival Economy ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2026 งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติหลายรายการที่จัดขึ้นเป็นประจำในกรุงเทพฯ ไม่เพียงสร้างรายได้โดยตรงจากผู้เข้าร่วมงานเท่านั้น แต่ยังช่วยดึงนักลงทุน ผู้ซื้อ และสื่อต่างประเทศเข้ามาในประเทศ สร้างภาพลักษณ์ให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าและนวัตกรรมของภูมิภาค เมกะอีเวนต์ที่ขับเคลื่อนไมซ์ไทย Food & Hotel Thailand 2026: เวทีธุรกิจอาหารและการบริการ Food & Hotel Thailand เป็นงานแสดงสินค้าด้านอาหาร เครื่องดื่ม และอุปกรณ์โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในปี 2026 งานนี้คาดว่าจะดึงผู้ประกอบการจากกว่า 40 ประเทศเข้าร่วมแสดงสินค้า ตั้งแต่กลุ่มฟู้ดเซอร์วิส เบเกอรี เครื่องดื่ม ไปจนถึงเทคโนโลยีครัวและบริการโรงแรม อีเวนต์นี้ทำให้ไทยกลายเป็นจุดนัดพบของเชฟ โรงแรม ร้านอาหาร และผู้ผลิตวัตถุดิบระดับโลก ProPak Asia…