อุตสาหกรรมไบโอเทคของไทยไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องแล็บทางการแพทย์เท่านั้น แต่กำลังปฏิวัติภาคเกษตรกรรมและอาหารอย่างมีนัยสำคัญ ไบโอเทค สวทช. ได้ขับเคลื่อนแผนงาน Inno Agroindustry ที่มุ่งเปลี่ยนพืชเศรษฐกิจหลักอย่างอ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน รวมถึงวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น อาหารฟังก์ชัน อาหารเสริม เครื่องดื่มสุขภาพ และเวชสำอาง
กรอบนโยบาย 2026–2035: เป้าหมาย 1 ล้านล้านบาท
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (NXPO) ได้ผลักดัน “กรอบการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ พ.ศ. 2569–2578” ซึ่งตั้งเป้าเปลี่ยนไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเศรษฐกิจมากกว่า 1 ล้านล้านบาท ภายใต้กรอบนี้ อาหารแห่งอนาคตถูกกำหนดเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์หลัก โดยมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าภาคอาหารแห่งอนาคตเป็น 500,000 ล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายในปี 2570
นวัตกรรมจากห้องแล็บสู่แปลงเกษตร
ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือการพัฒนา “ฟ้าทะลายโจรพันธุ์ราชบุรี BT-1” ซึ่งเป็นพันธุ์ใหม่ที่ออกดอกเร็ว ให้ผลผลิตสูง และมีสารแอนโดรกราโฟไลด์ (AP1) สูงถึง 40 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้ง หรือประมาณ 4% พันธุ์นี้ได้รับการขึ้นทะเบียนพันธุ์รับรองจากกรมวิชาการเกษตรแล้ว และถือเป็นต้นแบบของการยกระดับสมุนไพรพื้นบ้านสู่พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง
ความท้าทายด้านบุคลากรและกำลังคน
แม้ว่าฐานวิทยาศาสตร์ของไทยจะแข็งแกร่งในด้านการหมักจุลินทรีย์ การสกัดโปรตีนจากพืช และชีววิทยาของเซลล์ แต่ NXPO ชี้ว่าประเทศไทยยังขาดแคลนทักษะเฉพาะทางที่จำเป็นสำหรับการขยายอุตสาหกรรม เช่น วิศวกรรมชีวกระบวนการ การปฏิบัติการ bioreactor การหมักแบบแม่นยำ และวิทยาศาสตร์การรับรู้รสชาติ การเร่งพัฒนากำลังคนผ่านโปรแกรม reskilling และ upskilling จึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน
ภาคเกษตรชีวภาพจึงเป็นทั้งรากฐานและเครื่องยนต์ใหม่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน





