ใบเบิกทางสู่ตลาดสีเขียว: มาตรฐานความปลอดภัยอาหารระดับโลกและแนวคิดความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารแช่แข็งไทย
อาหารและสูตรอาหาร

ใบเบิกทางสู่ตลาดสีเขียว: มาตรฐานความปลอดภัยอาหารระดับโลกและแนวคิดความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารแช่แข็งไทย

กระแสความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์ แต่ได้กลายเป็น กฎระเบียบทางการค้า ที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในสหภาพยุโรปและกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ผู้ประกอบการอาหารแช่แข็งไทยที่ไม่ปรับตัวให้เข้ากับมาตรฐานความยั่งยืน อาจพบว่าประตูการค้าหลายบานเริ่มปิดลง

ข้อกำหนดใหม่จากสหภาพยุโรป: ความท้าทายหรือโอกาส?

สหภาพยุโรป (EU) เป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง นโยบาย European Green Deal และระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (Packaging and Packaging Waste Regulation: PPWR) ที่บังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในปี 2026 กำหนดให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดในตลาดต้องสามารถรีไซเคิลได้ในสัดส่วนที่กำหนดและมีการใช้วัสดุรีไซเคิลมากขึ้น

สำหรับผู้ส่งออกอาหารแช่แข็งไทย นี่หมายถึงการต้องลงทุนเปลี่ยนจากถาดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง มาเป็นบรรจุภัณฑ์กระดาษเคลือบแบบย่อยสลายได้ หรือพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) ที่ผลิตจากพืช ผลกระทบนี้มหาศาลเพราะต้นทุนบรรจุภัณฑ์คิดเป็นสัดส่วนสำคัญของต้นทุนสินค้า แต่ในขณะเดียวกัน แบรนด์ไทยที่ปรับตัวได้ก่อนจะสร้างภาพลักษณ์ “Green Brand” ชนะใจผู้บริโภคยุโรปได้ก่อนคู่แข่งจากประเทศอื่น

มาตรฐานความปลอดภัยอาหารระดับสูงสุด (BRCGS & IFS)

นอกเหนือจากสิ่งแวดล้อมแล้ว ความปลอดภัยของผู้บริโภคคือสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ในยุโรป เช่น Tesco หรือ Carrefour ต่างบังคับใช้ระบบการรับรองมาตรฐานโรงงาน เช่น BRCGS (Brand Reputation through Compliance Global Standards) หรือ IFS (International Featured Standards) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบอาคารผลิต การควบคุมสัตว์พาหะ ไปจนถึงการฝึกอบรมพนักงาน

โรงงานแช่แข็งในไทยหลายแห่งก้าวข้ามมาตรฐานสากลเหล่านี้ได้อย่างสบาย แต่ความท้าทายอยู่ที่ผู้ประกอบการ SMEs ที่อาจยังขาดที่ปรึกษาและเงินทุนในการปรับปรุงโรงงาน ภาครัฐโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้เข้ามามีบทบาทในการจัดทำมาตรฐาน มอก. ให้สอดคล้องกับมาตรฐานโลกเพื่อช่วยลดต้นทุนในการยกระดับของผู้ประกอบการไทย

การตรวจสอบย้อนกลับและเศรษฐกิจหมุนเวียน

ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการรู้ว่าอาหารในจานมาจากไหน สำหรับอาหารแช่แข็ง การมีระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ที่เชื่อถือได้คือแต้มต่อทางการค้า การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เริ่มถูกนำมาใช้จริงในการติดตามเส้นทางของกุ้งและปลาหมึกจากฟาร์มเลี้ยงไปจนถึงโรงงานแปรรูป เพื่อพิสูจน์ว่าไม่มีแรงงานผิดกฎหมายและการประมงผิดกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง

ตัวอย่างความสำเร็จคือโครงการของกลุ่มบริษัทอาหารทะเลไทยรายใหญ่ที่ร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงผลกำไรในการจัดการของเสียจากเปลือกกุ้งกลับมาเป็นไคโตซานซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง การสร้างแนวคิด Circular Economy เช่นนี้ไม่เพียงแต่ลดต้นทุนการกำจัดขยะ แต่ยังสร้างรายได้และภาพลักษณ์ที่ดีระดับโลก ผู้ที่สนใจศึกษาตัวอย่างการพัฒนาอย่างยั่งยืนสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ boi.go.th ซึ่งมีการให้สิทธิประโยชน์สำหรับธุรกิจที่ลงทุนด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีชีวภาพ

การปรับตัวสู่ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นข้อบังคับ ผู้ที่มองการณ์ไกลย่อมเห็นว่านี่คือโอกาสในการรีแบรนด์ประเทศไทยให้เป็นผู้นำด้านอาหารแช่แข็งคุณภาพสูงและเป็นมิตรต่อโลก

LEAVE A RESPONSE

Your email address will not be published. Required fields are marked *